ถ้าหากพูดถึงที่ดินแปลงใหญ่แถวๆ รังสิต แน่นอนทุกคนจะนึกถึงสนามกอล์ฟ “กรุงกวี” ที่มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น มีพื้นที่สีเขียวนับ 1,000 ไร่ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมายาวนานกว่า 100 ปี ปัจจุบันได้พัฒนาเพิ่มเติมบางส่วนเป็นบ้านสั่งสร้างและที่ดินเปล่า ภายใต้แบรนด์ “กรุงกวี” ที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงกันอย่างต่อเนื่องและชูจุดเด่น “ บ้านในธรรมชาติ” อย่างชัดเจน เมื่อมองย้อนกลับไปถึงผู้ที่ทุ่มเท พัฒนาและเฝ้าเจียรนัย ผืนดินผืนนี้มากว่า 20 ปี เป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก “อาจารย์กนก เหวียนระวี” เจ้าของและประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรุงกวี จำกัด คนที่จะให้สัมภาษณ์กับเราวันนี้ .........
พูดได้ว่า...กรุงกวีเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ

กรุงกวีไม่ได้เป็นแค่สนามกอล์ฟและบ้านพักอาศัยเท่านั้น  แต่กลายเป็นแหล่งศึกษาทางธรรมชาติ  โดยใช้สนามกอล์ฟเป็นกรณีศึกษานั่นเอง  ซึ่งก็มีนักศึกษาจากหลายๆ สถาบัน  เข้ามาศึกษาดูงาน  ทุกระดับตั้งแต่  อนุบาล-ปริญญาโท  เพราะผมเชื่อว่า
“คนเราไม่จำเป็นต้องเอาปริญญามาวัดกัน และการพัฒนาคนต้องให้การศึกษากับเขา”

พูดถึงสนามกอล์ฟกรุงกวี อะไรคือ จุดเด่น....

สนามกอล์ฟ กรุงกวี เป็นที่ยอมรับจากเหล่านักกอล์ฟทั้งในและต่างประเทศว่า เป็นสนามที่มีทัศนียภาพสวยงามที่สุดสนามหนึ่ง เพราะนอกจากความสนุก-ท้าทาย บนสนามมาตรฐานแชมเปี้ยนชิพ 18 หลุมแบบ single Fairway ความยาว 7,082 หลา พาร์ 72 แล้ว เรายังได้ผสมผสานความเป็นหนึ่งระหว่างสนามกอล์ฟและธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งนั่นทำให้เราเป็นได้มากกว่าสนามกอล์ฟที่นักกอล์ฟจะได้รื่นรมย์กับธรรมชาติ สัมผัสพันธุ์ไม้น้อยใหญ่ไม้นานาชนิดที่หาดูยากในปัจจุบัน จึงเป็นทั้งสนามกอล์ฟและห้องสมุดแห่งธรรมชาติขนาดใหญ่ในเวลาเดียวกัน

อีกอย่างเราเป็นสนามที่ใช่ระบบ Subdrain System ในการระบายน้ำออกจากสนาม ทำให้หลังฝนตกหนักสนามจะแห้งพร้อมเล่นต่อได้ภายใน 10 นาทีเท่านั้น ทำให้นักกอล์ฟจะไม่เสียอรรถรสในเกมส์กอล์ฟแต่อย่างใด

 
จุดเด่นของบ้านกรุงกวี...

บ้านของเรามีแค่ 32 ยูนิต เป็นบ้านสั่งสร้าง ขนาดพื้นเริ่มต้นตั้งแต่ 110 ตร.วา ขึ้นไป มีให้เลือก 3 แบบ คือ ศุภฤกษ์, ดุสิต, มานพ

การก่อสร้างบ้านนอกจากจะต้องแข็งแรงสวยงามแล้วนั้น จะต้องสอดคล้องกลมกลืนไปกับธรรมชาติด้วย บ้านที่เราสร้างหรือทำเองนั้น เราสามารถควบคุมได้จริงๆ ว่าจะวางแปลนแบบไหน ปลูกต้นไม้อะไร ไม่ใช่แค่นำไม้ประดับมาปลูกๆไป แต่นี่.. มีทั้งขุดคลองหลังบ้านซึ่งก็เป็นคลองจริงๆ และต้นไม้ก็ใหญ่จริงๆ ปลูกมาตั้งแต่เป็นต้นกล้า เลยกลายเป็นจุดเด่นของโครงการ เพราะเราออกแบบวางผังโครงการด้วยตัวเอง เรื่องแบบนี้มันต้องเข้าใจ ศึกษาธรรมชาติ มีความรู้ด้านภูมิทัศน์ (Landscape) จึงจะทำได้ดี

บ้านราคาเริ่มต้นที่ 27 ล้านบาท จัดว่าแพงหรือไม่ ...

ยืนยันว่าไม่แพง
เนื่องจากบ้าน 100 ตร.วา ที่นี่ใช้หลักทฤษฎีการออกแบบ ที่ทำให้บรรยากาศการอยู่อาศัยจริงจะรู้สึกคุ้มค่า เพราะสถาปัตยกรรม ดีไซน์ การตกแต่งลงตัว จนทำให้รู้สึกเหมือนพักอยู่ในบ้านขนาดใหญ่กว่า เป็น 2-3 เท่า

บ้านแต่ละยูนิตจะมีความเป็น Unique ไม่ซ้ำแบบใคร รวมเวลาตั้งแต่ซื้อที่ดินจนถึงปลูกบ้านเสร็จตกประมาณ 8 เดือน มีทีมงานถึง 5 ขั้นตอน เริ่มต้นจาก Landscape Architect, Architect, Interior Architect, Lighting Architect และ Interior Designer วัสดุที่ใช้ก็ระดับ Premium ทั้งนั้น ด้วยความที่ Landscape ของกรุงกวีจะมีคลองขุดรอบโครงการยาว 15 เมตร ทำให้อุณหภูมิภายในโครงการลดลง 1-2 องศา

นอกจากนี้บ้านทุกหลังใช้หลัก Two Frontage House ออกแบบให้หน้าบ้าน-หลังบ้านสวยเหมือนๆ กัน จึงทำให้บ้านทุกหลังไม่มีที่ติ

พูดถึง ทำเลที่ตั้ง...
ถือว่าเป็นความรอบคอบที่เราได้วางผังไว้ล่วงหน้ามาตั้งแต่เริ่มตั้งโครงการแล้ว ดังนั้น ทำเลตรงนี้จึงหมดปัญหาเรื่องน้ำท่วม 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเรามี Linear Park รอบโครงการปลูกต้นไม้ใช้เป็นแนวกั้นให้ความร่มรื่น เป็นแนวเอนกประสงค์ใช้ออกกำลังกาย ปั่นจักรยานได้หมด

ตัวโครงการตั้งอยู่ริมถนนสายหลัก ทอดยาวขนาบคลองรังสิตกว่า 1 กิโลเมตร ติดกับจุดตัดของถนนสายหลัก 2 สาย ได้แก่ ถนนรังสิต-นครนายก และติดจุดขึ้น-ลง วงแหวนตะวันออก บางนา-รามอินทรา-บางปะอิน

ในอนาคตอันใกล้นี้กำลังมีโครงการสร้างทางยกระดับ บนทางหลวงหมายเลข 305 (รังสิต-องครักษ์) ระยะทาง 16 กิโลเมตร ผ่านด้านหน้าโครงการกรุงกวี อีกทั้งยังจะมี ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 250 ไร่ เยื้องๆ กรุงกวี มาเปิดให้บริการอีกด้วยเช่นกัน
บทสรุปของคำว่า "บ้านกรุงกวี"
ถ้าคุณเป็นเจ้าของ “บ้านกรุงกวี” ไม่ได้หมายถึงได้เพียงบ้าน 1 หลัง แล้วจบกัน แต่มันคือ การได้ใช้ชีวิตทั้งชีวิตที่สมบูรณ์แบบท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยมทั้งหมดนับพันไร่จากทีมงานมืออาชีพตลอดเวลา, ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ทุกเวลาที่ ประเมินค่ามิได้ , มีสังคมคุณภาพที่อบอุ่น , มีระบบดูแลความปลอดภัยสูงสุดที่มากกว่ากล้อง CCTV การเดินทางที่สะดวกสบาย เพราะโครงการตั้งอยู่บนจุดตัดของถนนสายหลัก 2 สาย คือ ถนนรังสิต-นครนายก ซึ่งสามารถเชื่อมต่อถึงทางพิเศษ ทางด่วนทุกสายในกรุงเทพฯ ได้อย่างง่ายมาก พร้อมบริการ Privilege Home Services ตลอด 24 ชั่วโมง นี่แหละคือความต่างที่เป็นความภูมิใจของเรา

ดังนั้นการมีบ้าน 1 หลัง ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การจะใช้ชีวิตคุณภาพในบ้านหลังนั้นตลอดชีวิต จนรุ่นลูกรุ่นหลานต่างหากที่เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงให้มากที่สุด